วันนี้ 11 มกราคม
ล่าสุดอะไรที่เคยวางไว้ก็มักเปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลา
ชีวิตก็เป็นเช่นนี้ไม่ใช่หรือ?
 
สุดท้ายเราก็นั่งเครื่องบินแทนรถไฟ กวางโจว>ปักกิ่ง จากเดิม 22 ชม.เหลือแค่ 3 ชม.
แน่นอนงบประมาณที่เคยวางไว้ก็เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
 
เฮียหมิงที่จีนบอกผมว่า ไม่สามารถจองตั๋วต่างเมืองได้ เราต้องไปถึงที่เมืองๆนั้นเพื่อซื้อตั๋วรถไฟ จองข้ามเมืองกันไม่ได้ ทำให้เฮียไม่สามารถจองตั๋วรถไฟจากปักกิ่งไปฮ่าบิ๊นได้ แต่ใช่ว่าไม่มีทาง เฮียหมิงยังมีเพื่อนอยู่ปักกิ่ง เขาบอกจะจัดการให้ เห้อ..โล่งไปอีกเปลาะนึง
 
แต่..ตั๋วรถไฟจากฮ่าบิ๊นกลับกวางโจว เราต้องไปลุ้นกันเองว่าจะมีที่ว่างสำหรับ 4 คนหรือเปล่า
ตั๋วกลับไทยก็ปลี่ยนวันไม่ได้เพราะเป็นตั๋วโปรฯ
 
อนาคตที่ยังกำหนดอะไรไม่ได้ ยังไม่รู้เมื่อมันยังไม่มาถึง นี่คือเสน่ห์ของการเดินทางแบบนี้มิใช่หรือ?
 

รถไฟไม่มีตั๋ว

posted on 06 Jan 2011 18:22 by arounddaworld
วันนี้ 6 มกราแล้ว ผมยังไม่มีตั๋วรถไฟจีนเลย
วันก่อนผมฝากเฮียที่กวางโจวจองให้
เฮียโทรกลับมา"รอมาสองชั่วโมงกว่าแล้วยังไม่ถึงคิวเลย..."
"มันใกล้ตรุษจีนแล้วไงต้า คนจีนจะกลับบ้านกันก่อนวันจริงประมาณสิบวัน"
ฉิบหายละกู ไอ้ตอนเราแพลนเราไม่รู้นี่นาว่ามันจะเป็นแบบนี้ เห็นตรุษจีนปีนี้ มันตรงกับ 3 ก.พ.
เลยไปก่อนคงไม่มีปัญหาอะไร นี่แหละนะเรามักจะรู้อะไรทีหลังเสมอๆ ถึงได้มีคำพูดว่า"รู้แบบนี้..."บ่อยๆ
 
เฮียบอกว่า"ตรุษจีนคนงานที่กวางโจวจะเดินทางกลับบ้านนอกกันเ็ป็นล้านๆคน" ซึ่งตั๋วรถไฟจะขายก่อนเดินทางจริงแค่สิบวัน กันพ่อค้าหัวใสเหมาเอาไปกักตุนและฟันเหนาะๆนั่นเอง
เมื่อผมรู้ดังนั้นก็ได้แต่รอ รอ รอ ว่าตั๋วรถไฟจากกวา่งโจวไปปักกิ่ง ปักกิ่งไปฮ่าบิ๊นจะได้มาครอบครองวันไหน
 
หรือสุดท้ายแล้วเราอาจ...ไปไม่ถึง

หยวนหยวน

posted on 05 Jan 2011 20:38 by arounddaworld
กระดาษรูปในหลวงสีเทา 24 ใบ แลกกระดาษรูปท่านเหมาสีแดงได้ 53 ใบ
เรทวันนั้น 4.53 บาท = 1 หยวน

ผมเดินจ้ำอ้าวเข้าไปร้านแลกเงินชื่อดังย่านราชดำริ
ร้านสีเขียวคนเยอะมากกกกกก เปิดประตูมองเข้าไปในร้าน มองหาธงชาติจีน ตัวเลขบอก 4.53
เลยข้ามฝั่งไปร้านสีส้ม 4.53 เท่ากันนี่นา งั้นร้านนี้แหละคนน้อยกว่า

นั่งรอไม่นานนักก็ได้เงินหยวนมาสมใจ 53ใบพอดีเป๊ะ
เดินออกจากร้านแหวกผู้คนที่มากันมากมาย
ข้ามถนน6เลนตรงแยกประตูน้ำ เดินเข้าไปหาอะไรลงท้องในประตูน้ำแพลตินั่ม
ตอนบ่ายโมงแก่ๆ คนยังเยอะมากๆ ยุโรปเอย เอเชียเอย เพียบ
ผมเดินหาร้านที่คนไท่เยอะมากเพราะหิวแล้ว
สุดท้ายดวงไปตกที่ร้านขายข้าวขาหมูบางรัก
"เนื้อล้วนกับหมูกรอบครับ" ราคา50บาท
ซัดแป๊บเดียวหมดจาน ไม่รู้สึกถึงคำว่าอิ่ม เห้อ ให้น้อยไปป่าว
กลับก็ได้วะ

ออกจากห้างมาได้ก็รอรถเมล์กลับบ้าน
ปอ.174 มาพอดี เสียงกระเป๋าตะโกนโหวกเหวกเรียกลูกค้า ว่าไปทางเดียวกับ 511 รถยอดฮิตของคนฝั่งธน
"ปิ่นเกล้า พาต้า เซนทรัล สายใต้ใหม่จ้าาาา" ทำให้คนจำนวนมากแห่แหนกันขึ้นรถ
ประตูรถมีบานเดียว แต่ประตูหัวใจของคนที่แย่งกันขึ้นรถจะมีสักบานไหมนั่น
 
กลับมาถึงบ้านด้วยความเหนื่อยและง่วง
พบว่า!! เงินหายไป จากเงินบาทเป็นเงินหยวนจีนแทน
 
เอาน่าาาา หยวนหยวน

edit @ 5 Jan 2011 20:40:54 by arounddaworld

edit @ 5 Jan 2011 20:42:20 by arounddaworld

edit @ 6 Jan 2011 18:21:35 by arounddaworld

นั่งรถไฟไปช่องฟรีซ

posted on 04 Jan 2011 18:44 by arounddaworld
การเดินทางครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว
ครับ ผมกำลังจะออกเดินทางจากภาคใต้ของจีน สู่ภาคเหนือสุด หรือบริเวณหงอนไก่ของประเทศจีน
คือ เมืองฮ่าร์บิ๊น (Harbin)ซึ่งมีอุณหภูมิในหน้าหนาว ติดลบถึง 30 องศาเซลเซียส
 
กำหนดการคร่าวๆคือ คืนวันที่ 15 มกรา บินไปลงกวางโจว
16 ต่อรถไฟไปปักกิ่งระยะทาง 2,294 ก.ม.
17เช้าถึงปักกิ่ง daytour นอนปักกิ่ง1คืน
18 ไปกำแพงเมืองจีน เย็นขึ้นรถไฟไปฮ่าบิ๊น ระยะทาง 1,249 ก.ม.
19 เช้าถึงฮ่าบิ๊น daytour นอนที่ฮาบิ๊น1คืน
20 ฮ่าบิ๊น daytour เย็นจับรถไฟข้ามวันข้ามคืนกลับไปกวางโจว ระยะทาง 3,647 ก.ม.
21 ยังนั่งๆนอนๆบนรถไฟจีน
22 เช้าถึงกวางโจว ดึกขึ้นเครื่องกลับไทย
23 ถึงไทยตี1กว่าๆ
 
ทริปนี้ผมแพลนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็หาเพื่อนร่วมหัวจมท้ายด้วย
สุดท้ายจนถึงวันนี้ก็มีคนอยากไปหนาวสุดๆกันสามคน
1.โบ๊ต ข้าราชการ ในกรมฯแห่งหนึ่งย่านพญาไท เพื่อนๆเรียก"ฝรั่ง"
ผมรู้จักโบ๊ตตั้งแต่ม.1 จนถึงวันนี้ก็สิบกว่าปี
 
2.อ้อม ทำงานในองค์กรหนึ่งของ สสส. เพื่อนๆเรียก"อาบัง" เนื่องจากหน้าเหมือนแขกอินเดีย
อ้อมนี่ก็รู้จักกันตอนม.2 เราอยู่ห้องเดียวกันมาตลอดมัธยม ตั้งแต่ม.2เลยก็ว่าได้ คบมาเป็นสิบปีเหมือนกัน
 
3.น้องมิ้น น้องสาวของโบ๊ต ตอนนี้เรียนอยู่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งแถวสามย่าน
 
ผมไม่รู้ว่าเรา4คนจะลุยกันแค่ไหน เพราะทริปนี้ตอนผมคิดจะไปผมยังหวาดหวั่นกับทุกๆอย่างในจีน
1.ไม่มีใครพูดภาษาจีนได้
2.รถไฟในจีนไม่สามารถจองได้ทางเนต ต้องไปลุ้นเอาหน้าสถานีขายตั๋ว ถ้าเต็มก็ยาว งานเข้า
3.ห้องส้วมที่จีน ขึ้นชื่อลืมชา น่าเอาไปทำเป็น OTOP ส้วมไม่มีประตู ไม่มีโถ ขี้กันในราง สวดยอดแล้ว
4.หนาวติดลบ30 เิกิดมาเคยสัมผัสอากาศหนาวๆแบบนั้นซะที่ไหน หิมะก็ยังไม่เคยสัมผัส แล้วพวกผมมนุษย์เมืองร้อน อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรขนาดนี้จะทนไหวไหม
 
การเดินทางที่ทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ คำตอบอยู่ที่ปลายทางก็จริง
แต่ระหว่างทางคือสิ่งที่ทำให้เราได้เรียนรู้ชีวิต ออกเดินทางไปด้วยกันนะครับ